cover adobe illustrator

ออกแบบกราฟิกด้วย Adobe Illustrator

 

            Adobe Illustrator คือโปรแกรมออกแบบกราฟิก เน้นการวาดภาพหรือการออกแบบสัญลักษณ์ ทำงานด้วยระบบ vector ซึ่งภาพกราฟิกแบบเวคเตอร์นี้จะมีความคมชัดอย่างมาก เนื่องจากเป็นการกำหนดรูปทรงด้วยสมการทางคณิตศาสตร์ มีตำแหน่งและสีที่แน่นอน ไม่ว่าจะขยายขนาดเท่าไหรภาพก็จะไม่แตก และยังคงความคมชัดได้เหมือนเดิม เหมาะกับงานออกแบบทั่วไปที่เน้นลายละเอียด ไปจนถึงป้ายโฆษณาหรือโปสเตอร์ที่มีขนาดใหญ่

หากอยากรู้จักกับ Adobe Illustrator ให้มากกว่านี้ กดตามไปอ่านต่อกันได้เลยคร้าบบบ ^^

โปรแกรม Adobe Illustrator ทำอะไรได้บ้าง

โปรแกรม Illustrator ช่วยให้เราสามารถสร้างผลงานโดยเริ่มจากหน้ากระดาษเปล่า เหมือนงานศิลปะ โดยใน Illustrator จะมีทั้งปากกา ดินสอ พู่กัน หัวแปรงหลายรูปแบบ และอุปกรณ์การวาดภาพอื่นๆ ทำให้เราสร้างผลงานได้อย่างหลากหลาย เช่น โบรชัวร์ นามบัตร หนังสือ งานออกแบบทางกราฟิก โลโก้ วาดการ์ตูน หรือแบนเนอร์เว็บไซต์

adobe Illustrator interface

หน้าจอของโปรแกรม Illustrator จะประกอบด้วยส่วนต่างๆ ซึ่งมีหน้าที่การใช้งานแตกต่างกันออกไปดังนี้

1. แถบเมนูคำสั่ง (Menu bar)

เป็นเมนูคำสั่งหลักของโปรแกรม Illustrator แบ่งออกเป็นหมวดหมู่ต่างๆ ดังนี้

  • File: หมวดคำสั่งที่จัดการเกี่ยวกับไฟล์และโปรแกรมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการ เปิด-ปิดไฟล์ การ บันทึกไฟล์ การนำภาพเข้ามาใช้ (Place) ตลอดจนการออกจากโปรแกรม (Exit)
  • Edit: หมวดคำสั่งที่จัดการแก้ไข เช่น Undo Cut Copy Paste Select รวมทั้งการกำหนดคุณสมบัติ ต่างๆ ที่มีผลต่อการปรับแต่งภาพด้วย เช่นการสร้างรูปแบบ (Define Pattern) การกำหนดค่าสี (Color Setting) เป็นต้น
  • Type: หมวดคำสั่งที่ใช้จัดการตัวหนังสือ เช่น Fonts Paragraph เป็นต้น
  • Select: หมวดคำสั่งที่ใช้ในการเลือกวัตถุ สามารถเลือกด้วยคุณสมบัติได้ เช่น เลือกวัตถุที่มี Fill และ Stroke แบบเดียวกัน กับวัตถุที่อยู่บน Layer เดียวกัน เป็นต้น
  • Filter: หมวดคำสั่งที่ใช้สร้างเทคนิคพิเศษให้กับภาพ โดยจะมีผลต่อรูปร่างของ Path
  • Effect: หมวดคำสั่งที่ใช้สร้างเทคนิคพิเศษให้กับภาพคล้าย Filter แต่จะไม่มีผลกับรูปร่างของ Path
  • View: หมวดคำสั่งเกี่ยวกับการมองทุกสิ่งในงาน เช่น Zoom Show/Hide Ruler Bounding Box Outline Mode/Preview Mode เป็นต้น
  • Window: หมวดคำสั่งเกี่ยวกับการเปิด-ปิดหน้าต่างเครื่องมือต่างๆ เช่น Palette Tool Box เป็นต้น
  • Help: หมวดที่รวบรวมวิธีการใช้งานและคำแนะนำเพื่อช่วยเหลือผู้ใช้โปรแกรม

2. คอนโทรลพาเนล (Control Panel)

เป็นแถบตัวเลือกสำหรับกำหนดค่าต่างๆ ของวัตถุ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ให้สามารถกำหนดค่าสี ขนาด ตำแหน่ง และคุณสมบัติต่างๆ ของวัตถุที่เลือกได้ง่ายขึ้น

3. กล่องเครื่องมือ (Toolbox)

adobe illustrator tool

เป็นส่วนที่เก็บรวบรวมเครื่องมือที่ใช้ในการสร้าง ปรับแต่ง และแก้ไขภาพ

Selection tool เครื่องมือเลือกวัตถุ ประกอบไปด้วย

  • Selection tool (ลูกศรสีดำ) ใช้เลือกวัตถุทั้งชิ้น (กดคีย์ V)
  • Direct-selection tool (ลูกศรสีขาว) ใช้เลือก points หรือ path ของวัตถุ (กดคีย์ A)
  • Magic wand tool (คฑาวิเศษ) ใช้เลือกวัตถุที่มีสีเดียวกัน (กดคีย์ Y)
  • Lasso tool ใช้เลือกโดยการคลิกเมาส์ Drag การใช้งานเหมือนใน Photoshop (กดคีย์ Q)

Create tool เครื่องมือสร้าง objects ไม่ว่าจะเป็นเส้น รูปทรง และตัวหนังสือ

  • Pen tool สร้างเส้น path อย่างแม่นยำ โดยการใช้แขน มีผลทำให้ object มีจุดน้อย-น้อยมาก ส่วนเครื่องมือย่อยจะเอาไว้ใช้ปรับแต่ง curved ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มจุด ลบจุด หักแขนของแกนเส้นสัมผัส (กดคีย์ P)

  • Type tool ใช้พิมพ์ตัวหนังสือ ข้อความต่างๆ ส่วนเครื่องมือย่อยเป็นการพิมพ์ตัวหนังสือให้อยู่ในกรอบและทำตัวอักษรวิ่งตามเส้น paths (กดคีย์ T)

  • Line segment tool สำหรับลากเส้นตรง สามารถเลือกทำขดก้นหอย ทำ grid ของตารางหมากรุก grid แบบใยแมงมุม (กดคีย์ \)

  • Rectangle tool เอาไว้วาดรูปทรงสี่เหลี่ยม นอกจากนี้ยังมีรูปทรงพื้นฐานอื่นๆอีก เช่น สามเหลี่ยม วงกลม รูปดาว แต่ที่พิเศษสุดคือ flare tool ใช้สร้างเอฟเฟค lens-flare (กดคีย์ M)
  • Paintbrush tool แปรงที่เอาไว้สร้างเส้น path โดยการ drag เมาส์ลากอย่างอิสระ สามารถใช้ brush แบบพิเศษ (กดคีย์ B)

  • Pencil tool จะคล้ายๆ paintbrush tool แต่จะมีเครื่องมือย่อยให้เรียกใช้ในการแก้ไขเส้น ซึ่งจะช่วยในการปรับแต่งแก้ไข และทาให้งานดูดี+เร็วขึ้น (กดคีย์ N)

Transform tool เครื่องมือปรับแต่งรูปทรงของวัตถุ ไม่ว่าจะเป็นหมุน เอียง บิด กลับด้าน ย่อ ขยาย นอกจากนี้ยังมีเอฟเฟคต่างๆด้วย

  • Rotate tool ใช้ในการหมุนวัตถุ โดยการกำหนดจุดหมุนก่อนแล้วจึงทำการหมุน ซึ่งสามารถกำหนดได้ว่าต้องการหมุนกี่องศา (กดคีย์ R)
  • Reflect tool ใช้ในการกลับด้านของวัตถุ (กดคีย์ O)

  • Scale tool ปรับ ย่อ-ขยาย วัตถุ (กดคีย์ S)
  • Shear tool ใช้เอียงวัตถุ
  • Reshape tool ใช้เพิ่มจุด และดึงยืดวัตถุ

  • Width tool ใช้ในการปรับขนาดของเส้นได้ตามใจชอบ (กดคีย์ Shift+W)
  • Warp tool ใช้โน้มวัตถุให้บิดเบี้ยว (กดคีย์ Shift+R)
  • Twirl tool ทำให้วัตถุบิดตามจุดที่กาหนด
  • Pucker tool ดึงดูดจุดให้เข้าสู่จุดศูนย์กลาง
  • Bloat tool ทำให้วัตถุแบออก
  • Scallop tool ดึงวัตถุให้เข้าศูนย์กลางพร้อมกับสร้างรอยหยัก
  • Crystallize tool ขยายวัตถุให้ออกจากศูนย์กลางพร้อมกับสร้างรอยหยัก
  • Wrinkle tool สร้างคลื่นให้วัตถุ

 

  • Free transform tool ย่อ ขยาย หมุน เอียง วัตถุ โดยอิสระ (กดคีย์ E)

Paint color tool เครื่องมือที่ใช้จัดการเรื่องของสี

  • Mesh tool เครื่องมือสีที่ช่วยให้วัตถุให้ดูเป็นทรงนูนหรือลึกแบบ 3 มิติ โดยการสร้าง point และมีแกนในการควบคุม (กดคีย์ U)
  • Gradient tool เครื่องมือไล่ระดับสี ซึ่งมีการไล่ระดับอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ Linear และ Radial ใช้การลากจากจุดเริ่มต้น และ สิ้นสุดที่จุดปล่อยเมาส์ ในการควบคุมการไล่ระดับของสี (กดคีย์ G)
  • Eyedropper tool หลอดดูดสี ใช้ copy สีของวัตถุ สามารกำหนดได้ด้วยว่าจะ copy ลักษณะอย่างไร อะไรบ้าง (กดคีย์ I)
  • Measure tool เครื่องมือวัดขนาด
  • Blend tool เครื่องมือไล่ระดับการเปลี่ยนรูปร่างและสี สามารถควบคุมการไล่ระดับได้ 3 ชนิด (กดคีย์ W)

Special tool เป็นเครื่องมือใหม่ที่จัดการเกี่ยวกับ Symbol และ graph

  • Symbol Sprayer tool ใช้จัดการเกี่ยวกับสัญลักษณ์ซึ่งมีเครื่องมือย่อยมากมาย (กดคีย์ Shift+S)
  • Column Graph tool ใช้สร้าง graph ในรูปแบบต่างๆ

View tool กลุ่มเครื่องมือกลุ่มนี้จะเน้นที่มุมมองเป็นหลัก

  • Artboard tool ใช้เพิ่มพื้นที่สร้างชิ้นงาน (กดคีย์ Shift+O)
  • Slice tool ใช้เกี่ยวกับการแบ่งภาพออกเป็นส่วนๆ ใช้ในงานเว็บ (กดคีย์ Shift+K)
  • Hand tool ใช้เลื่อนดูบริเวณพื้นที่การทางานบนหน้าจอ (กดคีย์ H หรือ Spacebar เพื่อเรียกใช้เครื่องมือชั่วคราว)
  • Zoom tool ใช้ขยายพื้นที่การทำงาน (กดคีย์ Z หรือ กดคีย์ Alt ค้างไว้ แล้ว scroll เมาส์ขึ้น-ลง เพื่อขยาย-ย่อ)

Fill and Stroke เครื่องมือกำหนดสีและเส้นขอบ

Fill และ Stroke นั้นจะทำงานร่วมกับเครื่องมืออื่น ๆ อย่างเช่น Eyedropper tool

  • Fill color ใช้กำหนดสีภายในวัตถุ (กดคีย์ X)
  • Stroke color ใช้กำหนดสีเส้นขอบให้กับวัตถุ (กดคีย์ X)
  • Swap Fill and Stroke ใช้สลับระหว่างสีภายในกับสีเส้นขอบ (กดคีย์ Shift+X)
  • Default Fill and Stroke ใช้คืนค่าสีเดิม (กดคีย์ D)

ตัวอย่างการใช้ Fill และ Stroke สามารถดูได้ในรูปประกอบด้านบน

4. พี้นที่การทำงาน (Artboard)

พื้นที่สีขาวเป็นบริเวณที่เราใช้วางวัตถุเพื่อสร้างชิ้นงาน ส่วนพื้นที่นอกเหนือจากนั้นที่เป็นพื้นสีเทา (Scratch area) เป็นบริเวณที่เราใช้เพื่อพักวัตถุเตรียมรอนำมาใช้งาน ในส่วนพื้นสีเทานี้จะไม่ถูกนับรวมเป็นชิ้นงาน

5. พาเนลควบคุมการทำงาน (Panel)

เป็นหน้าต่างย่อยที่รวบรวมคุณสมบัติการทำงานของเครื่องมือต่างๆ ให้เราเลือกปรับแต่งการใช้งานได้ง่ายๆ ไม่ต้องเปิดหาแถบคำสั่ง เช่นในตัวอย่างจะเป็นในส่วนจัดการสีและเส้นและแถบเลเยอร์ หรือชั้นส่วนประกอบของชิ้นงานอยู่ด้านล่าง


            ถึงตรงนี้หลายคนก็ได้รู้จักหน้าตาและเครื่องมือต่าง ๆ ของโปรแกรม Adobe Illustrator กันแล้ว ในครั้งต่อไปจะมีเทคนิคการสร้างสรรค์ผลงานอะไรมาให้ชมนั้น โปรดติดตามกันด้วยนะคร้าบบ ^^

อีกหนึ่งช่องทางที่สามารถติดตามพวกเรา >>> Facebook Fanpage : The sensei  

หากถูกใจอย่าลืมกดแชร์ด้วยน้าา
  • 44
  •  
  •  
  •  
    44
    Shares
Tags: No tags

Add a Comment

You must be logged in to post a comment